ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อความไว้วางใจต้องมาก่อนยอดจอง
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เมื่อความไว้วางใจต้องมาก่อนยอดจอง
Byพชธกร สนประเทศ | Senior Advisor & ASEAN Business Researcher, Beacon Strategic Think Tank

/
Share
ครอบครัวจ่ายเงินให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อซื้อความอุ่นใจ แต่คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับบริการนั้นทุกวันคือพ่อแม่ของพวกเขา ความสำเร็จของธุรกิจจึงต้องตอบทั้งผู้จ่ายเงินและผู้รับการดูแล
กรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้เรื่องนี้กลับมาอยู่กลางความสนใจ
จากการรายงานของสื่อพบว่าผลตรวจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่า ศูนย์ขึ้นทะเบียนแล้ว แต่พบเตียง 129 เตียง จากที่อนุญาต 50 เตียง รวมถึงการดัดแปลงสถานที่และปัญหาความปลอดภัย
ต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม มีรายงานการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่เจ้าของชี้แจงว่าห้องกรงเหล็กใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยจิตเวช ข้อร้องเรียนเรื่องทำร้ายและกักขังยังต้องพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย (1)
ต้องฟังทั้งคนจ่ายและคนอยู่
ในมุมมองทางธุรกิจ ศูนย์ที่อยากให้ครอบครัวบอกต่อควรเริ่มจากการประเมินก่อนรับเข้า ว่าผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือระดับใด ศูนย์มีบุคลากรและขอบเขตใบอนุญาตรองรับหรือไม่ พร้อมทำแผนดูแลเฉพาะบุคคลและระบบส่งต่อเมื่ออาการเกินความสามารถ
สบส.เคยเตือนถึงศูนย์บางแห่งที่ให้บริการเกินขอบเขตและใกล้เคียงสถานพยาบาล จึงต้องตรวจว่าใครดูแล ทำอะไรได้ และรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุอย่างไร (2)
ความเมตตาควรปรากฏในกิจวัตร ผู้พักเลือกอาหาร กิจกรรม หรือเวลาพักได้ตามความเหมาะสม มีความเป็นส่วนตัว และสื่อสารความไม่สบายใจได้ หากมีภาวะสมองเสื่อมหรือสื่อสารลำบาก ต้องหาวิธีรับฟังที่เหมาะกับเขา การจำกัดอิสรภาพเพื่อชดเชยการขาดคนไม่ควรเป็นวิธีบริหาร
ครอบครัวควรได้รับรายงานที่เข้าใจง่าย ทั้งความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ เหตุผิดปกติ และสิ่งที่ศูนย์แก้ไข ขณะเดียวกัน ต้องเปิดทางให้ผู้สูงอายุร้องเรียนได้โดยไม่ต้องผ่านคนที่เขากำลังกังวลถึง การได้รับอนุญาตจากครอบครัวไม่ได้ทำให้เสียงของผู้พักหมดความสำคัญ
อาเซียน จีน ญี่ปุ่น : เลือกบทเรียนที่ใช้ได้จริง
สิงคโปร์ มีตัวอย่างจาก NTUC Health ซึ่งรายงานประจำปี 2025 ระบุว่า เปิดให้ผู้พักมีส่วนร่วมเลือกกิจกรรมและเสนอความต้องการด้านอาหารผ่านการพูดคุยกับเชฟ สิ่งที่ไทยนำมาปรับใช้ได้คือ การให้ผู้สูงอายุมีส่วนออกแบบชีวิตประจำวัน ไม่ต้องเริ่มจากอาคารหรู (3)
มาเลเซีย กรมสวัสดิการสังคม หรือ JKM กำหนดให้ศูนย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย Care Centres Act จดทะเบียนและผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ ครอบคลุมบุคลากร อาหาร กิจกรรม ความปลอดภัย และบันทึกการดูแล
บทเรียนคือ คุณภาพต้องมีหลักฐานให้ตรวจย้อนหลัง ทั้งนี้ กรอบศูนย์สวัสดิการดังกล่าวมีขอบเขตต่างจากสถานพยาบาล (4)
จีน ผู้ให้บริการ Taikang Home นำเสนอรูปแบบดูแลต่อเนื่อง ตั้งแต่ผู้ที่ใช้ชีวิตได้เอง ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปจนถึงการพยาบาลและดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม โดยประเมินความต้องการก่อนเข้าอยู่
ส่วนระดับประเทศมีมาตรฐานความปลอดภัยบริการศูนย์ดูแล GB 38600–2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับและมีผลตั้งแต่ปี 2022 แนวคิดสำคัญคือ แยกบริการตามความต้องการ แทนการใช้แพ็กเกจเดียวกับทุกคน (5)
ญี่ปุ่น SOMPO Care อธิบายการใช้เซนเซอร์และข้อมูลช่วยติดตามการพักผ่อนและสนับสนุนงานดูแล โดยมุ่งให้เจ้าหน้าที่มีเวลาพูดคุยกับผู้พักมากขึ้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ มีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเปรียบเทียบผู้ให้บริการ
บทเรียนสำหรับไทยคือ เทคโนโลยีควรเพิ่มเวลาของมนุษย์ และข้อมูลควรช่วยให้ครอบครัวเลือกบริการได้ดีขึ้น (6)
รูปแบบที่บริษัทเหล่านี้รายงานเองควรนำมาศึกษา และตรวจผลลัพธ์จริงก่อนยกเป็นตัวอย่างความสำเร็จ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยไม่ต้องกลัวสังคมสูงวัย
28 ต.ค. 2569